Thursday, 4 September 2014

หลู่ปัน : กางร่ม...สร้างปัญญา

หลู่ปัน : กางร่ม...สร้างปัญญา


                ในสมัยซุนชิว  แคว้นหลู่มีช่างไม้คนหนึ่งชื่อ “ หลู่ปัน ” ตำนานว่า...เขาเป็นนักประดิษฐ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆมากมาย  จนได้รับการยกย่องจากชนรุ่นหลังว่าเป็นบูรพาจารย์แห่งช่างไม้

                สมัยนั้น  ยังไม่มีร่มที่เบา  พกพาได้สะดวก  และใช้กันแดดกันฝนได้เหมือนทุกวันนี้  ดังนั้น  คนในสมัยก่อน  เมื่อจะเดินทางไปไหนแห่งหนใด  จึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากอยู่ไม่น้อย  โดยเฉพาะในฤดูฝน...ที่เป็นอุปสรรค์ใหญ่  ทำให้นักเดินทางต้องเปียกปอนและป่วยไข้  ไม่สบายอยู่เสมอ  และในฤดูร้อน  ก็มีแดดจัด  ทำให้เหนื่อยล้า  อ่อนแรงง่าย  และผิวหนังก็แทบไหม้เกรียม


                หลู่ปันผู้เฉลียวฉลาดจึงได้คิดสร้าง “ เก๋ง ” หรือศาลาแบบจีนขึ้น  ตั้งไว้ริมทาง  เพื่อให้คนที่สัญจรไปมาได้แวะพักหลบแดดหลบฝน  คนในสมัยนั้น  จึงชื่นชมเก๋งนี้เป็นอย่างมาก  แต่หลู่ปันก็ยังไม่พอใจ  และคิดต่อไปว่า “ ถ้าฝนตกไม่หยุดล่ะ...จะทำอย่างไรดี ”  คงไม่มีใครจะนั่งพักในเก๋งตลอดไปได้หรอก  ดังนั้น  ถ้าเขาสามารถประดิษฐ์เก๋งที่เอาพกติดตัวไปได้ทุกที่  ทุกเวลา  ก็คงจะดี

                หลู่ปันจึงได้ทดลองทำตามความคิดข้างต้น  ด้วยการประดิษฐ์ในหลายๆรูปแบบ  แต่ก็ยังล้มเหลวอยู่  จนในวันหนึ่ง  ที่มีอากาศร้อนมาก  หลู่ปันขบคิดแก้ปัญหาจนรู้สึกเครียด  จึงออกไปเดินเล่นเพื่อพักสมอง  และบังเอิญ...ไปพบเด็กๆหลายคนวิ่งเล่นอยู่ที่ริมบึงบัว  และเด็กทุกคนคลุมใบบัวไว้บนศีรษะ  มองดูตลกดี  หลู่ปันจึงยิ้มและถามพวกเด็กๆว่า...

                “ ทำไมต้องคลุมใบบัวบนศีรษะด้วยล่ะ ”

                เด็กคนหนึ่งก็ตอบอย่างไร้เดียงสาว่า...

                “ คลุมใบบัว  ก็ไม่ต้องกลัวแดด ”

                เพียงเท่านี้  ก็หลู่ปันบรรลุในปัญญา  ทำให้หลู่ปันดีใจมาก  รีบเด็ดใบบัวและวิ่งกลับบ้านด้วยความตื่นเต้นลิงโลดใจ


                เมื่อกลับมาถึงบ้าน  เขาก็เลียนแบบลายเส้นบนใบบัว  โดยผ่ากระบอกไม้ไผ่และเหลาให้เป็นเส้น  ทำขึ้นโครง  แล้วตัดหนังแกะเป็นรูปวงกลมติดไว้บนโครงไม้ไผ่  เพียงเท่านี้  ร่มแบบง่ายๆ  ก็อุบัติและมีขึ้นใช้ในโลกนี้  และหลู่ปันก็ปรับปรุงแก้ไขร่มให้ดีขึ้นเรื่อยๆมา  สามารถใช้ได้ทั้งกันแดดกันฝน  มีน้ำหนักเบา  หุบเก็บได้  และพกพาได้สะดวก  จนคนทั่วไปนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายต่อๆมา...จนถึงปัจจุบันนี้


                จากเรื่องข้างต้น  คุณผู้อ่านคงเห็นได้ว่า...ในบางครั้ง  ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร...เลย  ที่เราจะสามารถค้นพบไอเดียดีๆ  มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆได้  หากแต่...เรารู้จักสังเกตสิ่งใกล้ตัวและมองดูสิ่งต่างๆอย่างลึกซึ้ง (deep looking) และใช้ปัญญาในการพินิจพิจารณาอย่างเป็นระบบ...และมีระเบียบวิธี...ที่ถูกต้อง

                เพราะ..........

            “ มีสิ่งประดิษฐ์  และนวัตกรรมใหม่ๆ  ไม่น้อยเลย 

            ที่เริ่มต้นมาจากเหตุบังเอิญ  การสังเกตเห็น  และตั้งคำถาม  ”

                บทความในวันนี้  ผมจึงอยากจะชวนคุณผู้อ่านพูดคุยกันในเรื่อง...กลวิธีการสร้างความคิดเชิงสร้างสรรค์  กันนะครับ


ก้าวแรกของความคิดเชิงสร้างสรรค์       

                ในเบื้องต้น  คุณผู้อ่านควรมีความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนว่า...ในตัวเราทุกคนนั้น  ล้วนแล้วแต่...เป็นผู้มีสติปัญญาด้วยกันแทบทั้งสิ้น (ยกเว้นในคนที่มีความผิดปกติทางสมอง)  ผมกล่าวเช่นนี้  เหตุเพราะ...ถ้าคุณสามารถมีความนึกคิดในการใช้ชีวิตประจำวัน   มีการไตร่ตรอง  พิจารณาในเรื่องต่างๆได้  คุณก็ได้ชื่อว่า...เป็นผู้มีสติปัญญาเหมือนๆกัน

                ดังนั้น... จงอย่าดูหมิ่นตัวเองด้วยความคิดในแง่ลบๆ  เหล่านี้.....

                “ ฉันมันคนหัวทึบ  เรียนไม่เก่ง ”  หรือ  “ ผมคงสู้คนอื่นๆไม่ได้  ผมมันไม่เอาไหน ”

                “ มันยากเกินไป  ฉันทำไม่ได้หรอก ”  และอื่นๆ 

                “ เพราะ...ปัญญาเป็นคุณสมบัติที่มีอยู่แล้วในคนทุกคน ”

                แต่ที่...คนหลายๆคนล้มเหลวในการใช้สติปัญญา  และยอมพ่ายแพ้ให้กับปัญหาต่างๆนั้น  เพราะพวกเขา...ไม่พยายามที่จะแสวงหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ  ไม่อดทน  ไม่รู้จักวิธีพัฒนาปัญญาของตนอย่างถูกวิธี...ให้มีมากขึ้นเป็นลำดับ  ด้วยเหตุนี้  สติปัญญาภายในตนจึงพัฒนาไปอย่างล่าช้า (กลายเป็นคนด้อยปัญญา)  ไม่อาจบริหารจัดการชีวิต  ธุรกิจ  และหน้าที่การงานให้ประสบความสำเร็จใดๆได้   และพอทำสิ่งใดล้มเหลว...ก็เอาแต่โทษคนอื่นอยู่เรื่อยไป   แตกต่างกับ.....

                “ คนที่รู้จักใช้ปัญญา  แม้นกับสิ่งธรรมดาๆ  ดาษดื่น 

                ก็สามารถมองเห็น...ซึ่งสาระและประโยชน์ได้ ”  


กระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์

                หลู่ปันเป็นคนมีสติปัญญา  และมีนิสัยชอบสังเกต  สังกา (ตั้งคำถาม) อยู่เสมอๆ  จากเพียงแค่...คำตอบและการเล่นสนุกของเด็กๆไร้เดียงสา  ก็สามารถให้ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ...แก่เขาในการคิดค้นประดิษฐ์ร่มและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆได้

                ดังนั้น  การสังเกต  สังกา (ตั้งคำถาม)  จึงเป็น 2 คุณสมบัติเบื้องต้นที่สำคัญ...ที่นักปราชญ์  นักประดิษฐ์  นักคิดค้นควรมี...เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพิจารณาสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้ง...และสามารถเข้าถึงปัญญา... และใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆได้       

                “ เพราะมนุษย์รู้จักสังเกต...ดวงดาว  เราจึงมีปฏิทินและระบบของวันเวลา ”
                “ เพราะมนุษย์รู้จักสังกา  ตั้งคำถาม...เมื่อเห็น...นกบิน  เราจึงมีเครื่องบินและสามารถบินได้อย่างนก ”  อื่นๆ....  ฯลฯ

                คุณผู้อ่านก็สามารถมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆได้  เช่นกัน  เพียงแค่คุณรู้จักสังเกต  ตั้งคำถาม  และใช้ปัญญาคิดพิจารณาสิ่งต่างๆให้ลุ่มลึก 

ภาพ  อเล็กซานเดอร์  ออสบอร์น : Alexander Osborn,1963

                และต่อไปนี้...เป็นคำถาม 6 ขั้นตอน  ที่จะช่วยให้คุณมีความคิดเชิงสร้างสรรค์ใหม่ๆและการประยุกต์ทางความคิด  ตามแนวคิดของอเล็กซานเดอร์  ออสบอร์น : Alexander Osborn,1963 ( ผมขอจัดเรียงหมวดหมู่ใหม่  นิดหน่อย  นะครับ )

1)            เอาไปใช้อย่างอื่นได้หรือไม่ ? (put to other uses ?)
-                   สิ่งนี้ใช้ทำอะไรได้อีก ?
-                   มีสิ่งใด ? ที่ใช้แทนสิ่งนี้ได้

2)            ดัดแปลงใช้อย่างอื่นได้หรือไม่ ? (adapt ?)
-                   มีอะไรอีกหรือไม่ ? ที่เหมือนกับสิ่งนี้ ? (หรือสิ่งนี้เหมือนกับอะไร ?)
-                   มีแนวคิดใหม่ๆ ?  ที่จะนำสิ่งนี้ไปใช้ไหม ?
-                   อะไรบ้าง ?  ที่ใช้ลอกเลียนแบบสิ่งนี้ได้ ?

3)            ปรับเปลี่ยนได้หรือไม่ ? (modify / rearrange ?)
-                   ลองเปลี่ยนรูปร่าง / ลองสลับชิ้นส่วน
-                   ลองกลับด้าน / เปลี่ยนขั้ว
-                   ลองทำให้มันเคลื่อนไหวในรูปแบบอื่นๆ
-                   ลองเปลี่ยนหน้าที่ / สลับบทบาท
-                   ลองเปลี่ยนรูปแบบ / จัดเรียงใหม่
-                   ลองเปลี่ยนสี / เปลี่ยนกลิ่น / สารประกอบใหม่
-                   ลองปรับเวลา / เปลี่ยนตาราง
-                   ลองเปลี่ยนสถานที่ใหม่ ?
-                   ลองเปลี่ยนกระบวนการ / ทฤษฎี
-                   ลองลำดับความสำคัญ / เหตุและผลใหม่
-                   ฯลฯ

4)            เพิ่ม / ลดได้หรือไม่ ? (magnify / minify ?)
-                   ลองเพิ่มเวลาให้นานขึ้น / น้อยลง
-                   ลองเพิ่มความถี่มากขึ้น / น้อยลง
-                   ลองทำให้หนาขึ้น / บางลง
-                   ลองทำให้แข็งขึ้น / อ่อนลง
-                   ลองเพิ่มส่วนประกอบให้มากขึ้น / น้อยลง
-                   ลองย่อส่วน / ขยายส่วนให้ใหญ่ขึ้น
-                   ลองตัดให้สั้นลง / ต่อให้ยาวขึ้น
-                   ลองทำให้พร่องลง / อัดให้แน่นขึ้น
-                   ลองปรับราคาให้ถูกลง / แพงขึ้น
-                   ฯลฯ

5)            ทดแทนได้หรือไม่ ? (substitute ?)
-                   มีใครสามารถมาทดแทน / ทำหน้าที่นี้ได้อีกไหม ?
-                   ใช้อะไรแทนได้บ้าง ? เช่น ส่วนประกอบอื่น  วัสดุอื่น กระบวนการอื่น  พลังงานอื่น  สสารอื่น  สถานที่อื่น  แนวคิดทฤษฎีอื่น  ฯลฯ...

6)            ผสม / รวมได้หรือไม่ (combine ?)
 -   ลองรวมแนวคิด (หลายๆแนว)
 -   ลองรวมทฤษฎี
 -   ลองรวมแผนก
 -   ลองรวมวัตถุประสงค์
 -   ลองรวมกับผลิตภัณฑ์อื่น
 -   ฯลฯ

                จากคำถาม 6 ขั้นตอน  ที่ผมนำมาฝากนี้...เป็นเพียงแนวทางหนึ่งของการใช้ความคิดเชิงในสร้างสรรค์  ปรับปรุง  ดัดแปลง  และใช้พิจารณาสิ่งต่างๆอย่างเป็นระบบ  ซึ่งยังมีทฤษฎีหรือวิธีการอื่นๆ  ที่คุณผู้อ่านจะนำมาใช้ได้อีกมากมาย  นะครับ  ทั้งนี้...ขึ้นอยู่กับการนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับโจทย์  กับปัญหา  เหตุการณ์  สถานการณ์  และอื่นๆ

ภาพ  ไม้บรรทัดของหลู่ปัน

                หลู่ปันได้ชื่อว่าเป็นผู้มีสติปัญญา  นักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่  เพราะเขาเป็นคนที่ชอบแสวงหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ  และเป็นนักคิดค้นที่ไม่เคยหยุดนิ่ง...หรือเกียจคร้าน

                ดังคำพูดที่ว่า....

            “ เพราะแสวงหา  มิใช่รอคอย  เพราะเชี่ยวชาญ  มิใช่โอกาส

            เพราะสามารถ   มิใช่โชคช่วย  ดังนี้แล้ว  ลิขิตฟ้า หรือ จะสู้มานะตน  ”

                ในท้ายที่สุด   ผมเขียนบทความนี้  เพราะเชื่อในศักยภาพของมนุษย์และการใช้ซึ่งสติปัญญา...ที่ทำให้เรานั้นแตกต่างจากสัตว์อื่นๆ  และเชื่อในความจริงที่ว่า...เราทุกคนนั้นสามารถมีสติปัญญาได้เหมือนๆกัน โดยไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ความยากดีมีจน หรือ ชนชั้นวรรณะ  หากแต่...เรารู้จักแสวงหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ  และหมั่นพัฒนาสติปัญญาของตนให้มีมากขึ้นเป็นลำดับ  ทั้งในทางคุณธรรม  จริยธรรม  ปรัชญา  การเมือง  และอื่นๆ....  คุณก็สามารถเป็นผู้มีสติปัญญาเหมือนๆกันได้

                “ เพราะ...ปัญญาเป็นคุณสมบัติที่มีอยู่แล้วในคนทุกคน ”


                “ ครืน... ครืน... ”  เสียงฟ้าครึม...ขู่คำรามโครมคราม  มาแต่ไกล

                “ เปาะแปะ... เปาะแปะ.... ” ฝนเริ่ม... ปรอยโปรย... ลงเม็ดหนา...ขึ้นเรื่อยๆ

                คุณๆผู้อ่านมีร่มไหมครับ ?  ลองกางร่มดูสิ   แล้ว... คุณจะตระหนักถึง...ปัญญาของหลู่ปัน  และสติปัญญาแห่งตน

..........................................................


ปิยะฤทธิ์  พลายมณี